ม ะ ข า ม ป้ อ ม ช ว น ช ม
ล ะ ค ร หุ่ น เ ง า นางดอยเงิน
เรื่องเล่าชาวดาระอั้ง โดยทูตวัฒนธรรมตัวน้อยจากดอยสูง
เด็กๆชาวดาระอั้งทูตวัฒนธรรมตัวน้อย ผู้เดินทางมาจากดอยหลวงเชียงดาวอันสูงเสียดฟ้า
พร้อมกับดนตรี การร่ายรำประจำเผ่าและละครหุ่นเงาเรื่อง นางดอยเงิน
รับฝากความหวังจากคนทั้งหมู่บ้านให้มาสานสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกันระหว่างชาวดาระอั้งและผู้คนที่อยู่ในเมืองใหญ่
ในยุคที่สังคมไทยเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ความเข้าใจซึ่งกันและกันอาจเป็นสิ่งเดียวที่จะเยียวยาบ้านเมืองของเราได้
27
พฤศจิกายน 2551 19.00 น รอบระดมทุน โรงแรมพระนครนอนเล่น เทเวศน์
28 พฤศจิกายน 2551 10.00 น รอบนักเรียน โรงเรียนรุ่งอรุณ
19.00 น รอบพิเศษ ผู้อ่านaday มิวเซียมสยาม
29-30 พฤศจิกายน 2551 19.00 น รอบบุคคลทั่วไป เทศกาลละครกรุงเทพ
สวนสันติชัยปราการ
30 พฤศจิกายน 2551 14.00 น รอบสื่อมวลชน TK PARK CENTRAL WORLD
ชั้น 6
*
รายได้จากการจำหน่ายบัตรและบริจาค
สมทบทุนกองทุนซื้อที่ดินหมู่บ้านแห่งใหม่ ภายใต้โครงการบ้านมั่นคงชนบทชุมชนบ้านปางแดง

นางฟ้าคนสุดท้องผู้ถูกนายพรานใช้บ่วงบาศลักพาตัวมาระหว่างเล่นน้ำ
ถูกถวายตัวให้เจ้าชายในโลกมนุษย์ เธอต้องติดกับดักอีกครั้ง จากความมืดดำในจิตใจของมนุษย์
ผู้เต็มไปด้วยความโลภโมโทสันและอิจฉาริษยา ในที่สุดเธอก็หลุดรอดจากเงื้อมมือความชั่วมาได้อย่างหวุดหวิด
ด้วยความรักที่บริสุทธิ์ของเจ้าชาย ทำให้เขาเพียรพยายามเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ
เพื่อนำตัวเธอกลับคืนมาสู่อ้อมแขนอีกครั้ง ลูกหลานของพวกเขา
คือต้นกำเนิดของชาวดาระอั้ง ผู้เป็นของขวัญจากฟากฟ้า ตำนานยังคงมีชีวิตอยู่ในเครื่องแต่งกายอันงดงามของหญิงชาวดาระอั้ง
ปีกและเครื่องประดับแพรวพราวอันเป็นสัญลักษณ์ของชาวฟ้า คือความภูมิใจของผู้หญิงทุกคน
แต่เอวพวกเธอ ก็ยังคงถูกพันธนาการด้วยเส้นหวายสีดำอันเป็นตัวแทนของบ่วงบาศ
จนกระทั่งทุกวันนี้

ชนเผ่าดาระอั้งเป็นชนเผ่าที่รักสงบ
มีวัฒนธรรมประเพณีที่งดงามและภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ลึกซึ้ง พวกเขาเป็นพุทธศาสนิกชนที่เคร่งครัด
ในอดีตชาวดาระอั้งมีความชำนาญในการปลูกชาและทำไร่ข้าว บ้านเดิมของพวกเขาอยู่อย่างสันโดษ
บริเวณรอยต่อของประเทศไทยและพม่า ในเขตอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
แต่สงครามอันโหดร้ายภายในประเทศพม่า ผลักดันให้พวกเขาต้องอพยพหนีตายเข้ามาในประเทศไทย
ในสมัยนั้นประเทศไทยยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับผู้อพยพ
พวกเขาจึงกระจัดกระจายเข้ามาทำมาหากินจนกระทั่งถึงเชียงดาว ในที่สุดพวกเขาจึงตัดสินใจรวบรวมเงินซื้อที่ดินจำนวน
3 งาน จากคนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นและตั้งชุมชนเล็กๆขึ้น
ปัจจุบันชาวดาระอั้งหมู่บ้านปางแดงนอก 400 กว่าคน ยังคงอาศัยอยู่บนผืนดินเล็กๆขนาดเพียง
3 งาน ในอดีตพวกเขาถูกตำรวจและเจ้าหน้าที่ป่าไม้จับครั้งแล้วครั้งเล่า
ด้วยข้อหาไร้สัญชาติ และบุกรุกที่ดินในเขตป่าสงวนที่แทบไม่เหลือสภาพป่า
ปัจจุบันคดียังยืดเยื้ออยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในศาล โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน ที่พยายามหาทางออกให้พวกเขาได้อยู่ในที่ดินเล็กๆผืนนี้อย่างชอบธรรม
อีกไม่นานพวกเขาจะได้ที่อยู่ใหม่ ภายใต้โครงการบ้านมั่นคงชนบทชุมชนบ้านปางแดง
ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน แต่งบประมาณจากโครงการดังกล่าว
ก็ยังไม่เพียงพอกับการสร้างชุมชนใหม่ ที่ต้องการทั้งที่อยู่อาศัย
น้ำกินน้ำใช้ วัด โบสถ์ ห้องประชุม พื้นที่กำจัดขยะ สนามกีฬา
และพื้นที่อื่นๆเพื่อประกอบกันเป็นชุมชนที่แท้จริง มิใช่ชุมชนแออัดที่มีแต่เพียงสถานที่ซุกหัวนอนเช่นปัจจุบัน
เนื่องจากไม่มีที่ดินทำกิน ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงต้องออกไปรับจ้าง
และขายของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆให้กับนักท่องเที่ยว ที่มักเข้ามาเยี่ยมชม
ชนเผ่าหาดูยากในประเทศไทย ตามที่บริษัททัวร์โฆษณา วัฒนธรรมดูจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ยังพอจะเหลือรอดมาได้จากสงคราม
แต่ก็เลือนหายไปค่อนข้างมากตามระยะทางและระยะเวลาที่จากมา พวกเขาพยายามรื้อฟื้นประเพณี
ดนตรี การฟ้อนรำ และศิลปะแขนงต่างๆเพื่อสืบทอดให้ลูกหลาน
|